ประเทศไทยมีอากาศร้อนและมีแสงแดดค่อนข้างแรง หลายคนจึงต้องจอดรถกลางแจ้งเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน บ้าน หรือระหว่างเดินทาง
คำถามที่ตามมาคือ “ถ้าจอดรถกลางแดดทุกวัน สีรถจะซีดไหม?”
คำตอบคือ การได้รับแสงแดดและรังสี UV เป็นเวลานานและต่อเนื่อง สามารถส่งผลต่อการเสื่อมสภาพของระบบสีรถได้ โดยแสงแดดเป็นหนึ่งในปัจจัยด้านสภาพอากาศที่เกี่ยวข้องกับการเสื่อมของสีรถ ขณะเดียวกันคุณภาพของชั้นเคลือบใสก็มีส่วนช่วยปกป้องสีและลดการซีดจางได้เช่นกัน
ดังนั้น การจอดรถกลางแดดเป็นประจำไม่ได้หมายความว่าสีรถจะซีดทันที แต่ การสะสมของการรับแสงแดดและสภาพแวดล้อมในระยะยาว เป็นสิ่งที่ควรใส่ใจ
ทำไมแดดถึงมีผลต่อสีรถ?
ระบบสีรถสมัยใหม่มีชั้นเคลือบใส (Clear Coat) อยู่ด้านบนเพื่อช่วยปกป้องชั้นสีและเพิ่มความเงางาม โดยชั้นเคลือบใสที่มีคุณภาพมีส่วนช่วยปกป้องสีจากการซีดจางและเพิ่มความทนทานของพื้นผิว
อย่างไรก็ตาม รถที่ต้องเผชิญกับแสงแดดและสภาพอากาศเป็นเวลานาน ยังคงมีโอกาสเกิดการเสื่อมสภาพของพื้นผิวตามอายุการใช้งานและสภาพแวดล้อม
ปัจจัยด้านสภาพอากาศที่สามารถส่งผลต่อสีรถมีทั้ง แสงแดด/รังสี UV อุณหภูมิ ความชื้น ฝน รวมถึงสิ่งปนเปื้อนจากสภาพแวดล้อมต่าง ๆ
ความร้อนจากแดดเกี่ยวข้องกับสีรถอย่างไร?
เมื่อจอดรถกลางแจ้งเป็นเวลานาน พื้นผิวรถจะได้รับทั้งแสงแดดและความร้อน
สิ่งที่ควรระวังอีกอย่างคือ คราบต่าง ๆ ที่อยู่บนผิวรถ เช่น ขี้นก ยางไม้ คราบแมลง หรือสิ่งสกปรกจากการใช้งาน เพราะเมื่อคราบเหล่านี้อยู่บนพื้นผิวเป็นเวลานาน การทำความสะอาดอาจทำได้ยากขึ้น
ดังนั้น หากรถต้องจอดกลางแดดเป็นประจำ การหมั่นตรวจสอบและทำความสะอาดคราบต่าง ๆ จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยดูแลพื้นผิวรถ
รถสีเข้มดูหมองง่ายจริงไหม?
รถทุกสีสามารถเกิดความหมองหรือการเสื่อมสภาพของพื้นผิวได้ แต่ รถสีเข้มหรือพื้นผิวที่มีความเงาสูงมักทำให้เห็นฝุ่น คราบน้ำ และรอยละเอียดได้ชัดเจนกว่า
โดยเฉพาะเมื่อรถโดนแสงแดด รอยขนแมวและคราบต่าง ๆ อาจเห็นได้ชัดขึ้นจากการสะท้อนของแสง
เพราะฉะนั้น นอกจากเรื่องการซีดของสีแล้ว การดูแลพื้นผิวให้สะอาดและลดการเกิดรอยก็มีส่วนช่วยให้รถดูสวยและเงางามอยู่เสมอ
4 วิธีดูแลรถ หากต้องจอดกลางแดดเป็นประจำ
1. เลือกจอดในที่ร่มเมื่อทำได้
หากมีตัวเลือก ควรเลือกบริเวณที่มีหลังคาหรือร่มเงาเพื่อลดการสัมผัสแดดโดยตรงเป็นเวลานาน
แต่หากเลือกจอดใต้ต้นไม้ ควรระวัง ขี้นก ยางไม้ และสิ่งสกปรกจากต้นไม้ ซึ่งอาจเกาะติดบนพื้นผิวรถได้
2. ใช้ผ้าคลุมรถที่เหมาะสม
สำหรับรถที่ต้องจอดกลางแจ้งเป็นเวลานาน การใช้ผ้าคลุมรถที่เหมาะสมสามารถช่วยลดการสัมผัสกับสภาพแวดล้อมโดยตรงได้
อย่างไรก็ตาม ก่อนคลุมควรตรวจสอบว่ารถและผ้าคลุมสะอาด เพราะฝุ่นหรือเม็ดทรายที่อยู่ระหว่างผิวรถกับผ้าคลุมอาจเพิ่มโอกาสเกิดรอยจากการเสียดสีได้
3. ล้างรถอย่างสม่ำเสมอ
ไม่ควรปล่อยให้คราบต่าง ๆ สะสมบนผิวรถ โดยเฉพาะขี้นก ยางไม้ คราบแมลง และสิ่งสกปรกจากการใช้งาน
การทำความสะอาดอย่างเหมาะสมช่วยให้พื้นผิวรถอยู่ในสภาพที่ดูแลได้ง่ายขึ้น และช่วยรักษาความสะอาดของสีรถ
4. ดูแลชั้นปกป้องสีตามความเหมาะสม
ผลิตภัณฑ์เคลือบหรือปกป้องสีมีหลายประเภทและมีคุณสมบัติแตกต่างกัน การเลือกใช้ควรพิจารณาจากสภาพรถ ลักษณะการใช้งาน และคำแนะนำของผลิตภัณฑ์
การมีชั้นปกป้องที่เหมาะสมไม่ได้หมายความว่าสีรถจะไม่เสื่อมเลย แต่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลพื้นผิวรถได้
ถ้าต้องจอดกลางแดดทุกวัน ต้องทำอย่างไร?
ไม่จำเป็นต้องกังวลจนไม่สามารถใช้รถได้ เพราะการจอดรถกลางแดดไม่ได้ทำให้สีรถเสียทันที
สิ่งสำคัญคือ ลดการสัมผัสแดดเมื่อมีโอกาส และดูแลพื้นผิวรถอย่างสม่ำเสมอ
ลองจำง่าย ๆ ว่า
- แดดเลี่ยงไม่ได้ → ลดการสัมผัสเมื่อทำได้
- มีคราบ → ทำความสะอาดอย่างเหมาะสม
- อยากรักษาความเงางาม → ดูแลพื้นผิวอย่างสม่ำเสมอ
สรุป
จอดรถกลางแดดทุกวัน มีโอกาสส่งผลต่อสภาพสีรถในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อรถต้องเผชิญกับแสงแดด รังสี UV และสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง
การเลือกจอดในที่ร่ม ใช้ผ้าคลุมที่เหมาะสม ล้างคราบสกปรกอย่างสม่ำเสมอ และดูแลชั้นปกป้องสีตามความเหมาะสม ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยรักษาสภาพสีรถ
เลี่ยงแดดไม่ได้ทุกวัน แต่เราดูแลสีรถให้ดีได้
หากต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสีรถ หรือต้องการตรวจสอบสภาพพื้นผิวรถ สามารถติดต่อ
แผนกตัวถังและสี โตโยต้าสุราษฎร์ธานี สาขาท่าทอง โทร 087-463-6374

